มินเนียน

แนะนำMinions / มินเนียน (2015)อนิเมชั่นสุดฮา

มินเนี่ยน

เรื่องย่อ:
เรื่องราวของเจ้ามินเนี่ยน เริ่มที่รุ่งสว่างที่ยุคสมัย …มินเนี่ยน เป็นสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวสีเหลืองที่ได้ผ่านการพัฒนาการรวมทั้งทำหน้าที่รับใช้บรรดานายจ้างวายร้ายแสบขั้นเทพ พวกมินเนี่ยนที่ล้มเหลวชั่วกัลปวสานสำหรับในการรักษาชีวิตนายจ้างของตัวเองเอาไว้ ตั้งแต่แมื่อ ครั้ง.เร็กซ์ จวบจนถึงนโปเลียน พวกมันพบว่าตนเองไม่มีนายจ้างรวมทั้งจมอยู่ในความท้อใจ แม้กระนั้นเมื่อมินเนี่ยนตัวหนึ่งนามว่า เควิน มีแผนในการรวมทั้งได้ร่วมมือกับสตวร์ทจอมสั้น รวมทั้งบ็อบน้อยผู้สวย สำหรับในการออกผจญภัยในโลกกว้างเพื่อหานายจ้างวายร้ายคนใหม่สำหรับมันรวมทั้งเพื่อนพ้อง อีกทั้งสามได้ออกผจญภัยสุดระทึกจนถึงไปพบกับคนที่บางครั้งก็อาจจะเป็นนายจ้างใหม่อย่าง สการ์เล็ต โอเวอร์คิล (แซนดรา บุลล็อค) จอมวายร้ายหญิงคนแรกของโลก พวกมันเดินทางจากทวีปเยือกแข็งแอนตาร์กติกามายังนิวยอร์กสิตี้ในยุค 60’s รวมทั้งไปลงเอยอยู่ในลอนดอน ที่ซึ่งพวกมัน จะต้องเผชิญหน้ากับความท้าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดจนกระทั่งปัจจุบันนี้ โน่นเป็นการปกป้องคุ้มครองเหล่า มินเนี่ยน…จากการเช็ด มินเนี่ยน

รีวิว:
เชื่อมั๊ยว่าผู้ที่ไปดูเป็นพวกบ้าเห่อ… ชั้นก็คนนึงอะ เป็นพลอตหนังมันเป็นอะไรที่โอเค น่าดึงดูดระดับนึงกับการกลับไปพบต้นกำเนิดของเหล่ามินเนี่ยน (ที่เข้าใจผิดมาตั้งนานว่าสร้างขึ้นจากเซลล์ของผู้แสดง Gru: Despicable Me) แม้กระนั้นจริงๆเป็น… ไม่ทราบก็ได้ (นี่พูดจริง) ในความเห็นส่วนตัวของเราหนังมันแอบหมดเสน่ห์ไป เพราะเกือบจะอีกทั้งเรื่องซึ่งมีแต่ตัวเหลืองเหล่านี้ แล้วเราก็ฟังมันไม่รู้เรื่อง นอกจากซะว่าคุณจะเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญสัก 15 ภาษาขึ้นไปการันตีฟังเข้าใจแน่ๆหลายๆคนบอกว่ามันผสมๆไม่กี่ภาษาเอง ใช่ ภาคแรกๆบางครั้งก็อาจจะใช่ มาภาคนี้ชั้นว่าไม่ใช่ละ เว้นแต่ อังกฤษ, ประเทศสเปน, ฝรั่งเศษ, อิตาลี ปัจจุบันมีภาษาอินโดนีเซียด้วยข่า

มินเนี่ยน 1-1

จุดสังเกตุ: เวลาแต่ละตัวพูดขอบพระคุณจะพูดไม่เหมือนกัน ในหนังเรื่องนี้เราแอบฟัง กราเซียส(ประเทศสเปน) กับ Terima Kasih(อินโดฯ) ออกเลยมานั่งช็อคอยู่เพียงลำพังถึงความกลัดกลุ้มสำหรับในการผลิตดิกชันนารีเวอร์ชันภาษามินเนียน… (รังเกียจคนพัฒนาบทสนทนา ม่างโคตรขี้โกง)

การดูการ์ตูนเรื่องนี้ราวกับย้อนกลับไปมอง Tom and Jerry ที่แบบเป็น Slap Stick Comedy อีกทั้งเรื่อง (เฮฮาเจ็บตัว ฟาดหัว ระเบิดตกใส่ อะไรประมาณนี้) ไม่ดีเป็นปกติอีการ์ตูน Slap Stick มันสั้นๆ3-15 นาทีไม่เกินนี้ นี่ล่อเข้าไปเป็นชั่วโมง โอ๊ยปวดใจ ราวกับนั่งมองคนเดียวไมโครโฟนพี่โน้ส อุดมเลยอะ บางเวลาการตีตั๋วมาดูหนังเราก็อยากได้อะไรไปๆมาๆกกว่าแค่เฮฮาไงนึกได้มั๊ย?

นี่เครียดจากการพยายามพินิจพิจารณาหนังหนักมากมาย ละบรรดามินเนียนตัวเหลืองก็อุตสาหะเบนความพึงพอใจให้เราไปพึงพอใจมันมากกว่าสภาพแวดล้อมรอบตัว
บ้าที่สุด

สรุป: ถ้าหากมองแบบไม่คิดอะไร บรรเทา สบายๆไปดูกับลูก กับแฟน ก็เอนเตอร์เทนดีค่ะ แม้กระนั้นหาสาระอะไรไม่ได้ จริงๆนะ มันเป็นการกลับไปดูว่า Gru กับเจ้ามินเนียนเหล่านี้โคจรมาเจอกันได้ยังไง โดยมี Set Up เป็น ยุค 60-70 ที่ตรงนี้แอบขัดใจทำให้เรามีความคิดว่าเห้ยยย Gru แก่ขนาดนั้นเลยอ่อ?? ในหนังมีความคิดว่าสักสามสิบกลางๆแม้กระนั้นถ้าหากนางกำเนิดยุค 60 นี่ก็ไม่ใช่ละ มายก็อด…

มินเนี่ยน 1-2

ให้คะแนน 6/10

ถึงจะถูกใจเหล่านี้มากแค่ไหนแม้กระนั้นในทางของหนังมันไปไม่สุดสักทางจริงๆอะ เฮฮาก็ได้ไม่สุดเพราะพวกมันคุยกันไม่รู้เรื่อง เราก็ไม่รู้เรื่อง(ฮา) ดราม่าก็… เกือบจะไม่มี เป็นราวกับทุกๆอย่าง “อุตสาหะ” ทำออกมาให้มันมองเฮฮา ให้มีเรื่องมีราวราว มันเปลี่ยนเป็นภาพยนตร์ตลกที่ยัดเยียดมุกใส่คนดูตลอดเวลา มองละอิดโรยแทน กลับไปเปิด KingsMan : The Secret Service มองอีกรอบดีมากกว่า ในความรู้สึกเรานะ มันเป็นหนังสำหรับเด็กที่ใส่ Set Up เป็นสมัยเก่าเพื่อให้พ่อแม่ดูแล้วเพลินไปกับลูกๆด้วยงี้ ฟีลลิ่งเราราวกับโดนบังคับให้มอง Tom and Jerry มาราธอนสักชั่วโมงได้หมายถึงออกมาละเบื่อเลยอะ

ปล. ถูกใจ Bob นะ นางราวกับหนู Agnes มากมายๆเราจะเก็บ Box Set อยู่ดี เพราะยังหา Despicable Me ภาค 1 มาเก็บไม่ได้ เราว่าเรื่องที่เล่าในมุมคนมันอินกว่าการเล่าในมุมมินเนียน ยังไงก็ไม่อินจริงๆได้แม้กระนั้นมองไปเพลินๆขำๆและก็จบๆไป โอเค บาย

Minions

มินเนียน